Profil de majh++ SeVeN sMiLe ++PhotosBlogListesPlus Outils Aide

Blog


1 mai

“รัก”...ไม่มีคุณศัพท์

รัก...ไม่มีคุณศัพท์

          รักมากมาย รักแน่ๆ รักแย่ๆ รักแย่รักยัน

รักเท่าฟ้า รักเท่านา รักเท่าดาวพลูโต รักเหมือนอยู่เอฟโอ

รักมึงวะ(เพื่อนกู) รักเดียว รักคู่ รักสามแพ่ง (ห)รักสี่..อันตราย

รักนั่น รักนี่ รักนู่น รัก...

          เคยคิดไหมว่าคำต่อท้ายคำว่ารักที่เคยๆใช้กันนะ

มันจำเป็นต้องมีด้วยเหรอ เมื่อก่อนไม่เคยคิด อ่านเจอ ฟังได้ยิน

จากแหล่งหนที่ใด ก็อ่าน ฟังไปตามนั้น

           แต่วันนี้ลองนั้งคิดเล่นๆดูอย่างจริงจัง ก็...ได้คิด

รักเป็นคำที่สมบูรณ์ในตัวเองแล้วนี่นา

จำเป็นต้องมีคำบอกขนาด ปริมาณ ปริมาตร

ขั้นกว่า ขั้นสุด ด้วยอีกเหรอ...

 

 

 


15 avril

ก้าวหลังเกริ่น#01 (ก้าวแรกของความสุข)

 ...ครั้งคราวของช่วงชีวิตที่เหนื่อยจนท้อ หลากเรื่องราวที่ผ่าน..บางครั้งแทบไม่อยากก้าวเดินต่อไป

แต่ท้อส่วนท้อ เหนื่อยหน่ายก็ส่วนเหนื่อยหน่าย มันคนละเรื่องกันกับชีวิตที่จำเป็นต้องก้าวต่อไปให้ได้

เส้นทางที่ต้องเดินต่อ จุดหมายที่ต้องก้าวไป สิ่ง ต่างๆ ผู้คนอีกมากมายที่ได้ผ่านพบ และจะได้พบ

ไม่สมควรต้องมาพบเจอกับเรื่องไม่สบายใจจากเราอีก และเราเองก็ไม่ได้อย่างท้อแท้สิ้นหวัง เหนื่อยหน่ายอะไรไม่ใช่เหรอ

แล้วจะไม่สบายใจไปทำไม(วะ ฮะ ฮะ ฮะ)

ต่อจากนี้ชีวิตคือทุกวินาที ณ ขณะหายใจเข้าออก...ฉันจะทุกข์แต่น้อยๆ แต่จะสุขให้นานๆ

...จบ#01

-->to be continue

....ก้าวเดินของความสุข

.....

เกริ่นก่อนก้าว
...วันเวลาที่ผ่าน ฉันได้เคยถามตัวเองนับครั้งไม่ถ้วน ว่าความสุขของชีวิตคืออะไร

หรือคือจุดไหนที่จะไปอยู่แล้วมีความสุข หรือกับใครคนไหนเล่า ที่ชีวิตจะได้มีความหมายอย่างแท้จริง...

และทุกครั้งหลังจากได้ถามตัวเอง...
ฉันได้ทำสิ่งต่างๆ มากมาย ... ทำจนเกิดความสงสัยในบางครั้ง..คราวของช่วงชีวิตที่หนักและเหนื่อยหน่ายว่า.....(ทำงานก่อนละ)




+...โดยไม่มีวันทวงกลับคืน

...โดยไม่มีวันทวงกลับคืน

เฉกเช่นกาลเวลาไม่มีวันหวนกลับคืน...
ฉันลองนั่งคิดเล่นๆ(อย่างจริงจัง)ดู..ก้อได้คิดว่า
ตอนนี้ฉันก้ออายุมากกว่าหนึ่งในสี่ของชีวิตแล้ว(ถ้าอยู่ถึง80นะ)
เหลือ 53 ปี คิดเป็นวัน เท่ากับ 19,345 วัน
วันหนึ่งๆ มีเวลาทำอะไรจริงๆจังๆ(จริงๆ)..มากสุดก้อน่าจะที่ 15 ชั่วโมง
ซึ่งเท่ากับ 15/24 ของวัน...
ซึ่งเท่ากับเรามีเวลาให้รู้สึก คิด ทำ อะไรๆ อีก 12,090 วัน
แต่ถ้าลองคิดดูแล้ววันหนึ่งๆ เวลาที่เราได้ทำอะไรจริงๆ
เฉลี่ยแล้วมันอาจจะเหลือแค่ 10/24 ของวันเท่านั้นนะ
ซึ่งก้อหมายความว่า...เราจะเหลือเวลา 8,060 วันเท่านั้น
เวลาเท่านี้...คุณจะมามัวเศร้าเสียใจ คิดอะไรร้ายๆ หรือทำร้ายตัวเอง
ด้วยทางไหนก้อตาม...ไปทำไม...
จะทำก้อทำ จะรักก้อรัก ถ้าอยากลองทำผิดก้อทำ(ถ้ารับผลที่ตามมาได้นะ)
...และอย่าเศร้าเลยนะกับเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น
ถ้าเศร้า 1 วัน รู้ไหมเสียเวลาไปเท่าไร...
ประมาณ 0.01% ของเวลาที่เราเหลือกันอยู่นะ(กรณีโชคดีอยู่ถึง 80 นะ)
ไม่น้อยเลยนะ...เวลาเสียใจ 1 วัน เมื่อเทียบกับเวลาที่เราเหลือ(น้อยอยู่)นะ
ยิ้มครับ... ยิ้มกับปัญหาต่างๆ
ยิ้มให้กับเรื่องราวชีวิตต่างๆที่ผ่านเข้ามา
ถ้ามันเศร้า...เสียใจ ก้อลองบอกตัวเองดูสิว่า
คุณจะเศร้าเสียใจในชีวิตที่เหลืออยู่นี่ อีกกี่ %
แล้วก้อว่างแผนการเศร้าเสียใจของชีวิตคุณซะ ถ้าพูดว่าพูดมันก้อง่าย
งั้นลองถามตัวเองดูนะ...ตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมา
เรื่องราวที่เคยได้เจอ...มันง่ายกว่าเรื่องราวที่เผชิญอยู่นี้จริงๆ เหรอ
หรือจริงๆ...เป็นเพราะความรู้สึกของเราเองกันแน่...ที่บอกว่ามันยากกว่า
เศร้ากว่า เสียใจกว่า...
เวลาไม่หวนกลับ...และเราก้อไม่มีทางทวงกลับคืนด้วยนะ
จะเศร้า จะเสียใจ จะทุกข์  หรือ
จะรัก จะดีใจ จะสุข กับช่วงเวลาชีวิตที่เรามีและเหลืออยู่
ก้อคิดดีๆ...เพราะเราคงทั้ง..ไม่อยากทวงกลับคืน และไม่อาจทวงกลับคืน

30 juin

30 วิธีทำบุญ #02


สละทรัพย์อย่างฉลาด

    เวลาจะทำบุญ คนไทยมักนึกถึงพระ อยากถวายของให้พระ แต่ถ้าจะให้เกิดประโยชน์คุ้มค่า ควรเลือกของที่ท่านจะได้ใช้จริงๆ มีของหลายอย่างที่คนชอบถวายจนล้นวัด เช่น ผงซักฟอก แปรงสีฟัน สบู่ กล่องสบู่ ผ้าอาบน้ำฝน รวมทั้งขันและถังเหลือง
    ของบางอย่างก็ใช้ไม่ได้ เช่น ใบชา น้ำบรรจุขวด เพราะมีกลิ่นผงซักฟอกติดมาด้วย ถังสังฆทานบางถังมีอาหาร เช่น ข้าวสาร น้ำปลา เกลือป่น ที่คุณภาพต่ำ เนื่องจากญาติโยมซื้อมาจากร้านทั้งถัง โดย ไม่ได้เปิดดู จึงไม่รู้ว่าข้างในมีอะไร
    ใส่ใจสักนิด แล้วคิดตรองดูว่า อะไรบ้างที่พระท่านต้องใช้ แต่ผู้คนมักจะมองข้าม ถ้าเสียเวลาไปเลือกหา แล้วซื้อถวายท่าน จะได้บุญมาก เพราะผู้ถวายก็อิ่มใจ ผู้รับก็ใช้ประโยชน์ได้
    วัดหลายแห่ง ไม่ได้ใช้เทียนพรรษาแล้ว แต่ใช้ไฟฟ้าแทน ทำบุญด้วยหลอดไฟหรือโคมไฟก็นับว่าสมสมัย แต่อย่าให้ล้นเกิน พระท่านก็อยากช่วยประหยัดพลังงาน ติดไฟหลายๆดวง จะสิ้นเปลืองพลังงานและค่าไฟ
    การถวายเครื่องเขียนและหนังสือธรรมะ เป็นการส่งเสริมการศึกษาของพระสงฆ์ ชาวพุทธควรสนับสนุนกันให้มากๆ
    หนังสือบางอย่าง เช่น คู่มือดูแลสุขภาพนอกจากเป็นประโยชน์ต่อท่านโดยตรงแล้วท่านยังเอาไปใช้แนะนำสั่งสอนญาติโยมได้อีกด้วย
    หลายแห่งพระสงฆ์ ต้องเป็นช่างซ่อมแซมกุฎิวิหารเอง ดังนั้นเครื่องมืองานช่าง ไม่ว่าช่างไฟ หรือช่างก่อสร้าง เช่น ค้อน ตะปู เลื่อย ไขควง จึงเป็นสิ่งจำเป็น และที่ทุกวัดขาดไม่ได้ ก็คืออุปกรณ์ทำความสะอาด เช่น ไม้กวาด ไม้ถูพื้น
    ยารักษาโรค สมุนไพร ตลอดจนเครื่องติดก้นครัว เช่น จาน ชาม หม้อ แก้วน้ำก็เป้นประโยชน์มาก นอกจากพระท่านจะได้ใช้เองแล้ว ยังสมารถสงเคราะห์ญาติโยมได้ด้วย โดยเฉพาะในชนบท
    การให้ทานแก่ผู้อื่น นอกจากพระสงฆ์ก็เป็นบุญเช่นกัน มีผู้คนมากมายในสังคม ที่เราควรให้ความเอื้อเฟื้อ เช่น เด็กยากจน เด็กกำพร้า เด็กเร่ร่อน คนชรา ฯลฯ
    เติมความรักและความหวังให้แก่เด็กเหล่านี้ ด้วยการบริจาคหนังสือเรียน เสื้อผ้า อาหาร ยา หรือให้ทุนการศึกษาผ่านมูลนิธิหรือองค์กรที่ทำงานด้านเด็กใกล้บ้านหรือที่ทำ งานของเราอาจมีเด็กเหล่านี้ที่เราสามารถช่วยเหลือได้โดยตรง
    สิ่งหนึ่งที่เด็กในเมืองต้องการมาก ก็คือสนามเด็กเล่น ช่วยกันสละเงินคนละนิดคนละหน่อย เพื่อให้เด็กมีสนามเด็กเล่นเป็นการช่วยสร้างคนดีให้แก่สังคมในระยะยาว
    เด็กและเยาวชนในสถานพินิจ ก็ต้องการความรักจากเราเช่นกัน เสื้อผ้า อาหาร หนังสือ สามารถเป็นสื่อแสดงน้ำใจจากเราได้
    การบริจาคเงินช่วยเหลือคนพิการ ผ่านมูลนิธิหรือสถาบันการศึกษาสำหรับคนพิการ เป็นการทำบุญอีกอย่างหนึ่งที่ช่วยให้สังคมของเราน่าอยู่มากขึ้น
    ช่วยคนแล้ว อย่าลืมนึกถึงสัตว์ สงเคราะห์แมวและสุนัขเร่ร่อนก็เป็นบุญเช่นกัน เอาเขามาเลี้ยงในบ้าน อาจช่วยรักษาชีวิตเขาไว้ได้ หรือไม่ก็บริจาคเงินให้แก่หน่วยงานสงเคราะห์สัตว์
    ไถ่ชีวิตสัตว์ที่กำลังจะถูกฆ่า เป็นบุญที่มีอานิสงส์มาก ถ้าเป็นวัวควาย ไถ่แล้วให้ชาวนาเลี้ยงใช้งาน ก็เป็นประโยชน์อีกทางหนึ่ง
    ทานอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญคือธรรมทาน เช่น แจกหนังสือธรรมะ สมัยนี้มีซีดีรอมบรรจุพระไตรปิฎกครบชุด พร้อมหนังสือธรรมะน่าสนใจ และคำเทศนาดีๆ รวมอยู่แผ่นเดียวกัน ราคาไม่แพง สะดวกแก่การแจกมาก

(จากหนังสือ ๓๐ วิธีทำบุญเพื่อสุขภาพใจและสุขภาพสังคม)
ขอบคุณ
เครือข่ายพุทธิกา (B-net)
     เพื่อพระพุทธศาสนาและสังคม

26 juin

30 วิธีทำบุญ #01


ทำบุญอย่างไร
ถ้าไม่มีเวลาเข้าวัด?

ถ้าคุณยังมีเวลาหายใจ ก็อย่าห่วงว่าจะไม่มีเวลาทำบุญ เพราะบุญนั้น ทำได้ทุกเวลาและทุกที่

แค่หายใจให้เป็น เช่น รู้จักใช้ลมหายใจสะกดกลั้นความโกรธ หรือคลายความเครียด โดยการหายใจเข้าลึกๆ หายใจออกช้าๆ หลายๆ ครั้ง นั่นก้เป็นบุญแล้ว

ถ้าทำแล้วสงบเย็น เป็นประโยชน์ ขอให้มั่นใจได้ว่า นั่นแหละคือบุญ

“บุญ” แปลว่า เครื่องชำระจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์ ทำอะไรก็ตาม ถ้าช่วยลดละความโลภ ความเห็นแก่ตัว และอารมณ์เศร้าหมอง

ทำให้จิตใจเอิบอิ่ม ก็ถือว่าเป็นบุญ และจะเป็นบุญยิ่งขึ้น
หากเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นด้วย
25 juin

Carpe diem : คาร์-เป-ดี-อุม ^__^


Carpe diem : คาร์-เป-ดี-อุม ^__^


..จงอยู่กับปัจจุบัน ค้นหาสิ่งที่ดีสำหรับวันนี้ ไม่ว่าวันนี้จะย่ำแย่สักแค่ไหน จงอยู่อย่างผู้ยิ่งใหญ่ในวันนี้


23 juin

ชราภาพ(ไม่)สร้างก้อได้ # 01

ชราภาพด้านผิวหนังและรอยเหี่ยวย่น

เป็นที่สงสัยและอยากรู้กันอยู่เสมอๆ ว่าจะมีวิธีไหนบ้างนะ
ที่จะทำให้ผิวหนังของเราๆนั้น เกิดร่องรอย ริ้วรอย ได้
นอกจากปล่อยไปตามยถากรรมและเวลาแล้ว
จากการศึกษาขะ นุดีพบว่า...

นอกจากเวลาแล้ว...
การอดหลับอดนอนขะเป็นอีกวิถีทางหนึ่งที่เราสามารถทำได้ขะ
ไม่ว่าจะทนอดนอนเพื่อทำงาน(อันนี้น่าจงจาน)
ทนอดนอนเพื่อดูซี่รีย์เกาหลี ญี่ปุ่น ที่ซื้อมา(อันนี้เขียนจากข้อมูลจริง..ขึ้นกับว่ากระแสอะไรมา)
อีกหน่อยอาจจะมี ซีรีย์เวียดนาม ก้อได้นะที่เขามาฮิตในไทย
(ถ้าเรายังไม่ปรับมุมมอง ทั้งผู้ดูคือเราๆ และผู้ผลิตละครทั้งหลาย)
^__^ ช่วยทำละครที่สร้างสรรค์สังคมเหมือนประเทศอื่นเขาหน่อยเถอะ

เข้าใจว่ามันต้องร้ายถึงจะดึงเรตติ้ง...ถามหน่อยนะว่า
ท่านนะยอมให้ลูกๆหลานๆ ท่านดูละครที่ท่านทำอะเปล่า

นอกจากนี้ก้อยังมีพวกทนอดนอนเพื่อทีมรักทีมโปรด
โดยเฉพาะช่วงโปรแกรมใหญ่ๆ เช่น ยูโร 2008 ที่กะลังแข่งขันกันอยู่นะนี่นะ
นุดีว่าก้อดีนะ...โจรขโมยจะได้ไม่กล้าย่องขึ้นบ้าน
แต่มันดันไปขึ้นสนามบินแทน...สุดยอดระบบรักษาความปลอดภัย

อืม....
30 mai

+ ฝนนี้..( all raining ) ตอนที่ 1

(1)    

    เมื่อเริ่มต้นได้สัมผัสเม็ดฝนที่โปรยปรายลงมา

ก็ทำให้รู้ได้ทันที่ว่า..หน้าฝนได้เวียนมาพบพานกันอีกครั้งแล้ว

แต่ปีนี้เจ้ามาเร็วกว่าที่คิดแฮะ...

เจ้าคงเหงามากซินะ..ที่เราต้องจากกันไปนานเกือบปี

     ขอกอดเจ้าให้หายคิดถึงหน่อยนะ แต่กี่ครั้งแล้วก็ตาม..

ที่ฉันพยายาม..จะกอดเจ้าบ้าง แต่ก็ไม่เคยกอดเจ้าได้สักที มีแต่เจ้านั้นและ..

    ที่กอดฉันข้างเดียวอยู่เสมอมา...

สัมผัสของเจ้าทำให้ฉันนั้น..เย็นชื่นกายไปจนถึงข้างใน..

    หัวใจ

    หัวใจ..ที่เงียบเหงาของฉันนั้น ก็ไม่ต้องเหงาอีกครั้งแล้วซินะ..

เมื่อเราได้พบกัน..

    อยู่กับฉันนานๆหน่อยนะครั้งนี้ เพราะช่วงเวลาที่ผ่านมา

มีเรื่องมากมายเหลือเกินที่อยากเล่าให้เจ้าฟัง...

อยู่ฟังฉัน..เล่าเรื่องราวทั้งหมดก่อนไปนะ..

    ฝนจ๋า..คิดถึงเจ้าจังเลยนะ..ที่ผ่านมา

    ฝนจ๋า..มีเรื่องมากมายเลยละ..ที่ผ่านมา

      ฝนจ๋า..คือว่าอย่างนี้นะ...

14 mai

ความสุข...ข้ามคืน


อะ...เจอหัวเรื่อง ใครคิดทะลึงขอให้มีแฟนแก่

ตามหัวเรื่องครับ ความสุขข้ามคืน ...
เคยดูรายการอัจฉริยะข้ามคืนไหม...

ถ้าตอบว่าไม่...ไปอ่านบล็อกสเปซคนอื่นจะดีกว่า
ถ้าตอบว่าเคย...อ่านต่อไปครับ

รู้ไหม(คงยังไม่มีใครรู้หรอกเพราะว่าผมยังไม่ได้เล่า)
ว่าผมเพิ่งเจออะไรมาเมื่อสิ้นสัปดาห์ที่แล้ว(จะรู้... อย่าเพิ่งกวน..ฟังต่อก่อน)
ครับวันนั้นผมรู้สึกว่าโลกทำไมมันถึงเลวร้ายกับผมได้เช่นนั้น
ผมหมดตัว...โดนโกง...เป็นหนี้...และยังถูกมองหาว่าเป็นคนโกงอีกด้วย

วันนั้นผมนึกถึงพ่อแม่แล้วก้อเศร้า..เสียใจเพราะ...
ทำไมผมถึงเป็นลูกที่ีแย่อย่างนี้วะ...
นึกถึงสิ่งที่เป็น..ทำไมมันเลวร้ายอย่างนี้วะ...
ผมอึดอัดจนน้ำตาไหล...
จริงๆ ต้องพูดว่า ผมร้องไห้..มากกว่า

ยัง...มันยังไม่หมดแค่นั้นหรอก
ตกเย็น...มืดๆ แล้วของวันนั้น
เพื่อนผมโทรมาบอกว่าแม่
...(บุญธรรม)ของผมเสียแล้ว(...อย่าตลกนะครับ)

แม่คนนี้ดูแลผมมาเหมือนลูกแท้ๆของแม่อีกคนหนึ่ง
ซึ่งผมเองก้อรักแม่ไม่น้อยไปกว่าแม่แท้ๆของผมเอง

ผมอึ้ง...อยู่อย่างนั้น
ทุกอย่างมันหยุด..เวลามันหยุด..แต่ทำไมความทุกข์มันไม่ยอมหยุด
มันยังอยู่กับผมตรงนั้น..ตอนนั้น..เวลานั้น..และเรื่อยมา
...จนก่อนที่ผมจะมานั้งเขียนบล็อกนี้ได้ไม่นานนัก


ผมรู้ว่ามันเลวร้าย...
ผมรู้ว่ามันคือความทุกข์...
ผมรู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ผมไม่อยากเจอ...
ผมรู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ผมไม่อยากเป็น...

แต่...
แล้วอะไรละ...
คือ...
สิ่งที่ผมอยากเป็น...
สิ่งที่ผมอยากเจอ...
สิ่งที่มันคือความสุข
สิ่งที่มันดีเลิศแสนวิเศษ...

ผมกลับไม่เคยนึกถึงมันเลย...
หรืออาจเคยแต่ก้อไม่มีอะไรที่ชัดเจนเลยเกี่ยวกับมัน...

ผมกำลังจะทำมันให้ชัดเจน...
มันอาจจะไม่ทันที่ทันใด...

แต่ผมได้เริ่มมันวันนี้....
เริ่มด้วยสิ่งง่ายๆ...

ก้อแแค่รู้สึกดีวันนี้เลย...
เดียวนี้เลย...
ทุกขณะเวลาที่รู้สึกตัว(มีสติ)

ให้รู้สึกดีกับ ณ ปัจจุบันนี้ให้ได้ก่อน
เฉกเช่นเพลงของพี่บอยด์ปอด

น้องเอ๋ย...(ไม่ใช่น้องเต้ยนะ)
"...หากว่าเมื่อวานทำวันนี้เจ็บ
หากว่าเมื่อวานทำวันนี้เศร้าเสียใจ
แล้วเธอนั้นยังจะยอมหรือเปล่า
หากว่าวันนี้
ทำพรุ่งนี้...ให้หมดความหมาย..."

แล้วคุณละ...
จะยอมไหม...
ถ้าี่วันพรุ่งนี้ของคุณจะต้องมานั้งเสียใจ..เสียดาย
เพราะวันนี้...เพราะฉะนั้น วันนี้สุขกันเถอะเรา เศร้าไปทำไม...
(ร้องต่อไม่ได้...อะ)

มองว่าคุณมีสิ่งดีๆอีกมากมายนะ...
ลองมองดูสิ..คุณยังมีข้าวให้กิน...
มีที่พักให้นอนหลับ...
มีคนที่รักและห่วงใยคุณเสมอ...

ขอบคุณครับ...

ขอมอบถ้อยคำต่อไปนี้ให้กับ
ทุกคนที่มีชิวิตอยู่อย่างเข้มแข็งบนโลกใบนี้ครับ
ขอบคุณครับ...ผมรักคุณนะ

ให้รู้ไว้เลยนะ...
ว่าอย่างน้อยยังมีผมอีกคนหนึ่ง...
ที่รักคุณนะ...

ไม่มากไม่น้อยไปกว่าคำว่า " รัก " ครับ

และขอบคุณจากหัวใจ...
..ทุกคน
ที่รักและห่วงใยผมเสมอมา

ขอบคุณ










24 avril

# ผมรักท่าน...

 
ผมรักท่าน...
 
จักรวาล...
สิ่งศักดิ์สิทิ์
ดวงอาทิตย์
ดวงจันทร์
ดวงดาว
โลก
ท้องฟ้า
ทะเล
อากาศ
สายลม
ภูเขา
ต้นไม้
แม่น้ำ
บ้าน
อาหาร
ยารักษาโรค
เสื้อผ้า
รอยยิ้ม
เสียงหัวเราะ
เสียงเพลง(เพราะๆ)
ช้าง ม้า วัว ควาย ฯลฯ
หนอน แมลง ฯลฯ
สัตว์ๆ ฯลฯ
 
โต๊ะ
เก้าอี้
เตียง
แก้วน้ำ
จาน
ชาม
บันได
โคมไฟ
แจกัน
ตู้เย็น
พัดลม
 
ทีมไทย
ผีแดง
 
หนังสือ
 
พี่คนขับรถประจำทาง
พี่คนเก็บตังค์
พี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ บนโลกนี้
พ่อแม่
 
และคุณทุกคน
 
ท่าน = ทุกสิ่ง(คน)ดีๆ...
ที่ตาผมเห็น
ที่หูผมได้ยิน
ที่ผิวผมได้สัมผัส
ที่ผมได้รู้จัก
ที่ความทรงจำได้เก็บไว้
ที่หัวใจผมบอกว่า...
 
ผมรักท่าน
 
แกะกระโดด
 
 
 
 
14 mars

thanks...สิ่งดีๆในชีวิต

 
บางคนเกิดมา...ทำไมชีวิตของฉันมีแต่เรื่องร้ายๆนะ
บางคนเกิดมา...ทำไมฉันถึงโชคร้ายอย่างนี้นะ
 
นั้นเป็นเพราะคนเหล่านี้กำหนดให้ตัวเองเลือกมอง(สนใจ)
แต่เรื่องร้ายๆ หรือเรื่องโชคไม่ดีเหล่านั้นต่างหากละ..
 
แต่กับสิ่งดีๆ เรื่องดีๆ ที่ตัวเองได้รับกับไม่ค่อยใส่ใจ
หรือแถบจะไม่รับรู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองได้รับในสิ่งดีๆ เหล่านั้น
 
ลองมองสิ่งรอบๆตัวเราใหม่ดูสิ มองด้วยความรู้สึกได้รับดูซิ
การที่คุณมีเสื้อผ้าดีๆใส่(เชยจังเลยฉัน ราคาถูกอะ)
การที่คุณมีอาหารดีๆ มีน้ำสะอาดให้ดิ่มกิน(ฉันอ้วนเกินไปแล้ว...)
การที่คุณมีบ้าน หรือห้องให้ได้หลับนอนพักอาศัย(อึดอัด อยากมีห้องส่วนตัว)
การที่คุณเกิดมามีอวัยวะครบทุกชิ้น(เสริม เติม แต่ง)
การที่คุณมีประเทศที่ปราศจากสงคราม มีในหลวง(ได้ยินเสียงระเบิดทุกวัน..นักการเมืองน่าเบื่อ..มีแต่โกง)
การที่คุณมีรถขับ(แม้รถมันจะติด..จะติดอะไรกันนักหนา)
การที่คุณมีใครสักคนที่รักคุณ(แต่คุณมักจะใส่ใจคน..ที่ไม่แม้จะมองหน้าคุณ..แ-งหยิ่งวะ)
และอีกเยอะแยะมากมาย...เราได้รับสิ่งดีๆอยู่ตลอดเวลาละ
เพียงแต่ว่าคุณมองอะไรเท่านั้นเอง...
 
ระหว่างสิ่งดีๆ ที่คุณได้รับ
กับสิ่งที่คุณไม่ต้องการ...
 
มันมีเรื่องสองแบบนี้เกิดกับเราอยู่ตลอดเวลา...
คุณไม่ได้โชคร้าย...
 
แต่อยู่ที่คุณจะเลือกให้ชีวิตคุณโชคดีหรือโชคร้ายต่างหากละ
ขอบคุณ...สิ่งดีๆในชีวิต
และขอบคุณทุกๆชีวิตที่มอบสิ่งดีๆให้กัน
และขอบคุณคุณ คุณนะแหละที่เข้ามาอ่าน ข้อความนี้
 
ขอให้คุณได้มีชีวิตอยู่อย่าง..มีคำขอบคุณให้กับทุกวันทุกเวลาชีวิตคุณ
ต่อไปจากนี้ของชีวิตที่ยังมีอยู่นะครับ
 
ขอบคุณ...
 
 
 
 
11 février

.... วันเกิด 10 กุมภาพันธ์ ...

 
ขอบคุณพ่อแม่ครับ...ที่ให้มีตัวตนจนวันนี้
 
ขอบคุณโลกใบนี้...ที่ให้ฉันได้สถิต
ขอบคุณดวงอาทิตย์...ที่ให้ความร้อนไม่เปลี่ยนผัน
ขอบคุณดวงจันทร์...ที่ให้ได้เห็นท้องฟ้า ไม่เปรี่ยวหนาว
ขอบคุณดวงดาว...ที่ทำให้โลกไม่ เดียวดาย
ขอบคุณสิ่งต่างๆ...แสนหลากหลาย
และขอบคุณจริงๆ คือทุกๆ คน
ที่ทำให้ได้เจอเรื่องราวมากมาย ของชีวิต
 
คนสุข
"...ฉันอยากมีชีวิตอย่างนั้น จึงต้องคิดและทำอย่างนี้..."
คนทุกข์
"...ฉันเคยคิดและเป็นอย่างนั้น ชีวิตเลยเป็นอย่างนี้..."
 
43705
2 février

Law of Attraction

Law of Attraction

"... เมื่อจิตใต้สำนึกรับข้อมูลมา(พร้อมกับจิตสำนึก)ก็จะสร้างพลังดึงดูดสิ่งต่างๆ
เข้ามาสู้ตัวคนๆ นั้น โดยการสร้างพลังการสั่นสะเทือน (vibration)
ไปเชื่อมต่อกับพลังบริสุทธิ์ ในจักรวาลที่เป็นพลังที่ก่อกำเนิดสรรพสิ่ง
อันจะบันดาลทำให้เจ้าของความคิดประสบกับเหตุการณ์ เรื่องราว
และผลกระทบทำนองเดียวกัน...

ดังนั้นหากคนๆ หนึ่งรับข้อมูลที่ไม่พึ่งประสงค์ เรื่องราวที่หดหู่ รุนแรง
การวิพากษ์วิจารณ์ บ่น ตำหนิ นินทา ไม่พอใจ หรือเรื่องที่ไม่เป็นประโยชน์
เข้าไป จิตใต้สำนึกก็จะกระตุ้นพลังดึงดูดในตัวคนๆ นั้นให้ทำงาน
เกิดพลังสั่นสะเทือน ดึงดูดเรื่องไม่ดีเข้ามาหาคนๆ นั้น..."
 

จากความเข้าใจ...นั้นคือ

...เราได้แต่คิด นึก และพูดถึงแต่ คนที่เราไม่อยากได้(แต่ดันได้มัน) อยู่ตลอด
จนมันเป็นแรงดึงให้เจอ และได้มัน...

...แต่กับคน หรือสิ่งที่เราอยากได้ เรากับไม่เคยคิดอย่างจริงจัง ได้แต่...อะไรก้อได้
ขอให้ดีหน่อย ไม่ค่อยมีการ นึก คิด และพูด ถึงรายละเอียด ที่เราอยากได้อย่างจริงจัง

...แต่ไอ้คนที่เราไม่ชอบ...เรารู้เรื่องมันเกือบทุกเรื่องนะ...
แต่คนที่เราอยากได้ เรากับไม่มีภาพในเจตคติที่ชัดเจนเลย...

ใช้ได้กับทุกเรื่องครับ...ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่
แต่เวลาเป็นเรื่องใหญ่ๆ เรามักจะมีความกังวล(ในใจ)...
จึงทำให้เกิดขึ้นยาก...นะ  โฮ้ย 

31685





2 janvier

_/\_อานิสงส์ของการสวดมนต์

lotus
 
อานิสงส์ของการสวดมนต์

เทศนาโดยท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี
ดังปรากฏในงานของท่านเจ้าพระยาสรรเพชรภักดี จางวาง
มหาดเล็กในรัชกาลที่ 4 ที่ได้นิมนต์เจ้าประคุณสมเด็จโตมาเทศน์ที่บ้าน
ครั้นพลบค่ำ ท่านเจ้าประคุณสมเด็จโตพร้อมลูกศิษย์ได้เดินทางจากวัดระฆังมายังบ้าน
ของท่านเจ้าพระยาสรรเพชรภักดี ซึ่งในขณะนั้นมีอุบาสก อุบาสิกา
นั่งพับเพียบเรียบร้อยกันเป็นจำนวนมาก ด้วยต้องการสดับรับฟังการเทศน์ของท่านเจ้าประคุณ
ณ ที่เรือนของท่านเจ้าพระยาเจ้าประคุณสมเด็จโต
ได้ขึ้นนั่งบนธรรมาสน์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงกล่าวบูชาพระรัตนตรัย
เมื่อจบแล้ว ท่านจึงเทศน์ “ เรื่อง อานิสงส์ของการสวดมนต์ ”

ท่านเจ้าประคุณสมเด็จโต ได้กล่าวว่า
ยังมีคนส่วนใหญ่เข้าใจว่า การสวดมนต์มีประโยชน์น้อย และเสียเวลามากหรือฟังไม่รู้เรื่อง
ความจริงแล้วการสวดมนต์มีประโยชน์อย่างมากมายเพราะการสวดมนต์เป็นการกล่าวถึงคุณงามความดี
ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ว่าพระองค์ท่านมีคุณวิเศษอย่างไร
พระธรรมคำสอนของพระองค์มีคุณอย่างไร และพระสงฆ์อรหันต์อริยะเจ้ามีคุณเช่นไร
การสวดมนต์ด้วยความตั้งใจจนจิตเป็นสมาธิ แล้วใช้สติพิจารณาจนเกิดปัญญาและความรู้ความเข้าใจ
ประโยชน์สูงสุดของการสวดมนต์นั่นคือ จะทำให้ท่านเป็นผล จนสำเร็จเป็นพระอรหันต์

ที่อาตมากล่าวเช่นนี้ มีหลักฐานปรากฏในพระธรรมคำสอนที่กล่าวไว้ว่า
โอกาสที่จะบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์มี 5 โอกาสด้วยกันคือ
• เมื่อฟังธรรม
• เมื่อแสดงธรรม
• เมื่อสาธยายธรรม นั่นคือ การสวดมนต์
• เมื่อตรึกตรองธรรม หรือเพ่งธรรมอยู่ในขณะนั้น
• เมื่อเจริญวิปัสสนาญาณ

การสวดมนต์ในตอนเช้าและในตอนเย็นเป็นประเพณีที่ปฏิบัติกันมา ตั้งแต่สมัยพุทธกาล
พระพุทธเจ้าทรงประกาศพระพุทธศาสนาบรรดาพุทธบริษัททั้งหลาย
ต่างพากันมาเข้าเฝ้าพระพุทธองค์ โดยแบ่งเวลาเข้าเฝ้าเป็น 2 เวลา นั่นคือ
ตอนเช้าเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า เพื่อฟังธรรม ตอนเย็นเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อฟังธรรม
การฟังธรรมเป็นการชำระล้างจิตใจ ที่เศร้าหมองให้หมดไปเพื่อสำเร็จสู่มรรคผลพระนิพพาน
การสวดมนต์นับเป็นการดีพร้อมซึ่งประกอบไปด้วยองค์ทั้ง 3 นั่น คือ

• กาย มีอาการสงบเรียบร้อยและสำรวม
• ใจ มีความเคารพนบนอบต่อคุณพระรัตนตรัย
• วาจา เป็นการกล่าวถ้อยคำสรรเสริญถึงพระคุณอันประเสริฐ ในพระคุณทั้ง 3 พร้อมเป็นการขอขมา
ในการผิดพลาดหากมีและกล่าวสักการะเทิดทูนสิ่งสูงยิ่ง ซึ่งเราเรียกได้ว่าเป็นการสร้างกุศล ซึ่งเป็นมงคลอันสูงสุดที่เดียว

อาตมาภาพ ขอรับรองแก่ท่านทั้งหลายว่า
ถ้าหากบุคคลใดได้สวดมนต์เช้าและเย็นไม่ขาดแล้ว บุคคลนั้นย่อมเข้าสู่แดนพระอรหันต์อย่างแน่นอน
การสวดมนต์นี้ ควรสวดมนต์ให้มีเสียงดับพอสมควร ย่อมก่อให้เกิดประโยชน์แก่จิตตน และประโยชน์แก่จิตอื่น

*ที่ว่าประโยชน์แก่จิตตน คือ เสียงในการสวดมนต์จะกลบเสียงภายนอกไม่ให้เข้ามารบกวนจิต
ก็จะทำให้เกิดความสงบอยู่กับบทสวดมนต์นั้น ๆ ทำให้เกิดสมาธิและปัญญา เข้ามาในจิตใจของผู้สวด

*ที่ว่าประโยชน์แก่จิตอื่น คือ ผู้ใดที่ได้ยินได้ฟังเสียงสวดมนต์จะพลอย ได้เกิดความรู้เกิดปัญญา
มีจิตสงบลึกซึ้งตามไปด้วย ผู้สวดก็เกิดกุศลไปด้วยโดยการให้ทานโดยทางเสียง
เหล่าพรหมเทพที่ชอบฟังเสียงในการสวดมนต์ มีอยู่จำนวนมาก
ก็จะมาชุมนุมฟังกันอย่างมากมาย เมื่อมีเหล่าพรหมเทพเข้ามาล้อมรอบตัวของผู้สวดอยู่เช่นนั้น
ภัยอันตรายต่าง ๆ ที่ไหนก็ไม่สามารถกล้ำกลายผู้สวดมนต์ได้ตลอดจนอาณาเขตและบริเวณบ้านของผู้ที่สวดมนต์
ย่อมมีเกราะแห่งพรหมเทพและเทวดา ทั้งหลายคุ้มครองภัยอันตราย ได้อย่างดีเยี่ยม

ดูก่อน.. ท่านเจ้าพระยาและอุบาสก อุบาสิกาในที่นี้ การสวดมนต์เป็นการระลึกถึงพระพุทธคุณ
พระธรรมคุณ พระสังฆคุณเมื่อจิตมีที่พึ่งคือ คุณพระรัตนตรัย ความกลัวก็ดี ความสะดุ้งกลัวก็ดี
และความขนพองสยองเกล้าก็ดี ภัยอันตรายใด ๆ ก็ดีจะไม่มีแก่ผู้สวดมนต์นั่นแล..

จากหนังสือ อมตะธรรม สมเด็จโต พรหมรังษี
ที่มา ธรรมะดิลิเวอร์ลี่
 


21 décembre

# ชราภาพ(ไม่)สร้างก้อได้#01

 
ซีรี่ย์นี้จะใช้ชื่อแทนตัวผู้เขียนว่า นุดี(นุนะขะ ไม่ใช่ หนู)...
เคยอ่านเจอชื่อนี้ในหนังสือรวมเรื่องเรื่องสั้น
ชื่อหนังสือ " พ่อจ๋าอย่าเซอร์มาก " (เซอร์นะครับไม่ใช่เซ่อ)
 
... นุดีเชื่อว่าทุกคนทำได้(และบางที่ก้อไม่ได้อยากได้เลย)
ชราภาพ...
ของคนเรานั้นมีด้วยกันหลายด้านนะขะไม่ได้มีเพียงด้านเดียว
อย่างที่เคยเข้าใจกันทั่วไป...บางคนคิดว่าชราภาพของคนเรานั้น
แค่อายุมากขึ้นผิวหนังเหี่ยวย่นจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้นั้น
เป็นชราภาพเพียงอย่างเดียวของคนเรานั้น
 
อันนี้ไม่จริงนะขะ...หลังจากการทดลองและศึกษามา
(ซึ่งตอนแรกที่จะนำเสนอทฤษฎีชราพหลายด้าน..นี้ก้อถูกต่อต้านนะขะ)
 
ก้อพบว่าคนเรามีชราภาพด้วยกัน 7 ด้านขะ
จะขอพูดตามลำดับไปนะขะ(จริงๆยังคิดไม่ออกขะ)
 
คราวหน้า... จะมานำเสนอชราภาพด้านที่หนึ่งขะ
นั้นก้อคือชราภาพด้านผิวหนังและการเหี่ยวย่นนะขะ
(แค่คิดก้อมันแล้ว)
 
โปรดติดตามอนต่อไปนะขะ ...โฮ้ย
 
befor
 
 
26 novembre

+...คำตอบของหัวใจ

 
...เสียงหัวใจมันดังบอกฉัน ว่าเธอคือคนนั้นที่เคยตามหา
รักที่ฉันมีที่ทนเก็บไว้มานานเลยรู้ว่า..วันนี้เจ้าของคือใคร
 
เมื่อก่อนฉันเคยได้ค้นหาคำตอบ...
..ว่าจะมีคนเกิดมาเพื่อฉันไหม
..วันนี้จึงได้เจอคำตอบ
 
" เพื่อน(สนิท)... ฉัน(กู)รัก(มึง)แก่ว่ะ "
 
โอ้... จบแบบหักมุมซะงั้น เพื่อน(สนิท)แห่งสยาม(ชั้น13)
 
ป.ล.(1) ไม่เกี่ยวกับหนังใดๆ ทั้งสิ้น เรื่องจริงล้วนๆ
ป.ล.(2) ชีวิตมีทางออก(แห่งความสุข)เสมอ...คุณจะเลือกมันรึเปล่าเท่านั้นเอง
ป.ล.(3) ดังคำของพระสมปองที่ว่า " คนท้อไม่แท้ คนแท้ไม่ท้อ (จงท้อแท้จะได้ไม่แท้ท้อ..ฮือ) " 
 
     
19 novembre

+...โดยไม่มีวันทวงกลับคืน

 

...โดยไม่มีวันทวงกลับคืน
เฉกเช่นกาลเวลาไม่มีวันหวนกลับคืน...
ฉันลองนั่งคิดเล่นๆ(อย่างจริงจัง)ดู..ก้อได้คิดว่า
ตอนนี้ฉันก้ออายุมากกว่าหนึ่งในสี่ของชีวิตแล้ว(ถ้าอยู่ถึง80นะ)
เหลือ 53 ปี คิดเป็นวัน เท่ากับ 19,345 วัน
วันหนึ่งๆ มีเวลาทำอะไรจริงๆจังๆ(จริงๆ)..มากสุดก้อน่าจะที่ 15 ชั่วโมง
ซึ่งเท่ากับ 15/24 ของวัน...
ซึ่งเท่ากับเรามีเวลาให้รู้สึก คิด ทำ อะไรๆ อีก 12,090 วัน
แต่ถ้าลองคิดดูแล้ววันหนึ่งๆ เวลาที่เราได้ทำอะไรจริงๆ
เฉลี่ยแล้วมันอาจจะเหลือแค่ 10/24 ของวันเท่านั้นนะ
ซึ่งก้อหมายความว่า...เราจะเหลือเวลา 8,060 วันเท่านั้น
เวลาเท่านี้...คุณจะมามัวเศร้าเสียใจ คิดอะไรแย่ๆ หรือทำร้ายตัวเอง
ด้วยทางไหนก้อตาม...ไปทำไม...
จะทำก้อทำ จะรักก้อรัก ถ้าอยากลองทำผิดก้อทำ(ถ้ารับผลที่ตามมาได้นะ)
...และอย่าเศร้าเลยนะกับเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น
ถ้าเศร้า 1 วัน รู้ไหมเสียเวลาไปเท่าไร...
ประมาณ 0.01% ของเวลาที่เราเหลือกันอยู่นะ(กรณีโชคดีอยู่ถึง 80 นะ)
ไม่น้อยเลยนะ...เวลาเสียใจ 1 วัน เมื่อเทียบกับเวลาที่เราเหลือ(น้อย)นะ
ยิ้มครับ... ยิ้มกับปัญหาต่างๆ
ยิ้มให้กับเรื่องราวชีวิตต่างๆที่ผ่านเข้ามา
ถ้ามันเศร้า...เสียใจ ก้อลองบอกตัวเองดูสิว่า
คุณจะเศร้าเสียใจในชีวิตที่เหลืออยู่นี่ อีกกี่ %
แล้วก้อว่างแผนการเศร้าเสียใจของชีวิตคุณซะ ถ้าพูดว่าพูดมันก้อง่าย
งั้นลองถามตัวเองดูนะ...ตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมา
เรื่องราวที่เคยได้เจอ...มันง่ายกว่าเรื่องราวที่เผชิญอยู่นี้จริงๆ เหรอ
หรือจริงๆ...เป็นเพราะความรู้สึกของเราเองกันแน่...ที่บอกว่ามันยากกว่า
เศร้ากว่า เสียใจกว่า...
เวลาไม่หวนกลับ...และเราก้อไม่มีทางทวงกลับคืนด้วยนะ
จะเศร้า จะเสียใจ จะทุกข์  หรือ
จะรัก จะดีใจ จะสุข กับช่วงเวลาชีวิตที่เรามีและเหลืออยู่
ก้อคิดดีๆ...เพราะเราคงทั้ง..ไม่อยากทวงกลับคืน และไม่อาจทวงกลับคืน
 
 Untitled Photo

 

13 novembre

+ ... ถ้าถามว่า จะรักกันอีกนานแค่ไหน

 
 
... ถ้าถามว่า
 
จะรัก(คนที่รัก)กันอีกนานแค่ไหน หรือจะรักไปอีกนานเท่าไร...
ก้อคงบอกไม่ได้หรอกนะ ไม่รู้ ไม่รู้จริงๆ ว่าจะรักไปอีกนานเท่าไร
 
เพราะไม่อาจรู้ได้...ว่า
ชีวิตของฉันมันจะสิ้นสุดลง ณ เมื่อวันใดนั้นเอง
 
 ms004
5 novembre

+ เดือนแห่งความเหงาที่น่าคิดถึง...

 
+ เดือนแห่งความเหงา...
   ...เพราะอากาศเปลี่ยนแปลง(บ่อย)..รึเปล่านะ
 
   * เดือนสุดท้ายที่ได้คุยกัน
      (ก่อนวันงานลอยกระทงที่มหาวิทยาลัย)
      เวียนกลับมาครบรอบเป็นครั้งที่ 7 แล้ว
    
      7 ปีแล้วนะนี่.. ที่เราไม่(ได้)คุยกัน (สาลิตา : กิฟท์)
 
   * เดือนแห่งการห่วงหาห่วงใยและอาทร
      ใครคนหนึ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิต...
      ...ในเดือนนี้...
 
   * เดือนของวันเกิด...ของเธอ
      คนแรก...ที่ได้รัก
      (รักครั้งแรกที่ผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน
      แต่ก้อไม่เคยลบเลื่อนไปจากความรู้สึก)
 
      12 ปีแล้ว.. รักครั้งแรก (ปณัฏ : กิฟท์)
 
   * ทำไมเรื่องราวที่น่าถวิลหาที่สุด
      กับเรื่องราวที่น่าเศร้าใจที่สุดของฉัน...
 
      มันมักเกิดขึ้นในเดือนนี้นะ...
 
      หรือเป็นเพราะอากาศ...
      ของเดือนนี้กันแน่นะ
 
   * ความรักความผูกพันธ์ที่แสนวิเศษ
      เกิดขึ้นในเดือนนี้
 
      ความสูญเสียที่ร้ายแรงของชีวิตฉัน
      ก้อเกิดขึ้นในเดือนนี้เช่นกัน
 
   * เดือนแห่งความเหงาที่น่าคิดถึง
      เดือนแห่งความโศรกซึ้งที่ตราตรึงในหัวใจ
      เดือนแห่งความสุขเศร้าตราบเพียง นิจนิ..นิรันดร์
 
         28242